22 พฤศจิกายน 2552

กลยุทธ์ที่ 4 ใช้สบายรอเหน็ดเหนื่อย

การบีบให้ข้าศึกตกอยู่ในภาวะลำบาก ไม่จำเป็นต้องออกรบโจมตีโดยตรง สามารถใช้การตั้งรับอย่างเข้มแข็ง เพื่อบั่นทอนกำลังของฝ่ายตรงข้าม เมื่อข้าศึกเหนื่อยล้า ทำให้ศัตรูจากเข้มแข็งกลายเป็นอ่อนแอ ส่วนฝ่ายเราจากอ่อนแอกลายเป็นเข้มแข็ง จากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก

กรณีศึกษาในอดีต
ปลายสมัยจั้นกว๋อของจีนในอดีต ขุนพลเฒ่าหวังเจี่ยนยกพล 600,000 คนไปตีเมืองฉู่ เมื่อลุถึงชายแดนเมืองฉู่ เขาตั้งทัพแล้วสร้างกำแพงขุดคูเมืองสะสมกำลัง เมื่อกองทัพฉู่เข้าโจมตี ขุนพลหวังเจี่ยนตั้งรับอย่างมั่นคง ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำแม้จะรบกันยืดเยื้อถึงหนึ่งปี จนกองทัพฉู่ถอดใจและติดสินใจถอนทัพ ขุนพลหวังเจี่ยนฉวยโอกาสนี้บุกโจมตีเต็มกำลัง จึงสามารถทำลายกองทัพฉู่ได้อย่างง่ายดาย

ลอตเตอรี่ พิมพ์เพิ่มแก้ราคาแพงได้จริงหรือ

ช่วงก่อนหน้านี้ ได้ข่าวมาว่ารัฐบาลกะลังจะพิมพ์ ลอตเตอรี่ เพิ่ม เพื่อที่จะแก้ปัญหาราคาลอตเตอรี่แพง หน้าตั๋วพิมพ์ไว้ว่าราคาคู่ละ 80 บาท แต่ขายกันจริงๆ อยู่ที่คู่ละ 110-120 บาท แต่หากว่าเป็นเลขชุด (เลขเดียวกันแต่มีหลายใบ) ราคาก็จะแพงกว่านี้อีก !!!!

โดยปกติแล้ว หากว่ากันตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์ การที่สินค้าจะมีราคาเท่าไหร่ เกิดมาจาก อุปทาน (ความต้องการในสินค้าของผู้บริโภค) และ อุปสงค์ (จำนวนสินค้าที่ผลิตออกมาขาย) ซึ่งจะอยู่ที่จุดสมดุลย์ได้ก็ต่อเมื่อ อุปทานเท่ากับอุปสงค์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนด ราคา และ ปริมาณการผลิต ในที่นี้หมายความถึงตลาดที่มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์นะครับ

แต่....ลอตเตอรี่ ไม่ได้เป็นสินค้าในตลาดสมบูรณ์ เพราะว่าปริมาณการผลิตอยู่ในจำนวนจำกัด และไม่สามารถผลิตเพิ่มได้ตามที่ตลาดต้องการ (ดังนั้นราคาจึงน่าจะสูง เมื่อมีความต้องการสูง เพราะสินค้ามีจำนวนจำกัดนั่นเอง)

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เท่าที่สังเกตุดู ไม่เห็นมีที่ใหนขายเกลี้ยงแผงสักที เพราะว่าบางเลขก็ไม่ได้เป็นเลขที่ต้องการในตลาดมาก แต่หากเลขใหนที่เป็นที่ต้องการมาก (เลขดัง) ราคาก็จะขยับสูงกว่าที่กล่าวมาอีก ดังนั้นการที่ราคาสูงไม่น่าจะเป็นผลจากอุปทานของตลาด

ดังนั้น ลอตเตอรี่ จึงจัดได้ว่าเป็นสินค้าใน ตลาดผูกขาด หมายความว่าผู้ผลิตสามารถที่จะกำหนดราคาได้ตามที่ต้องการ เพราะว่าแพงยังไงก็ยังมีคนซื้อนั่นเอง (โดยเฉพาะเลขดัง) และระบบการจัดสรรโควต้า ก็หมายถึงการผูกขาดนั่นเอง

การที่ต้องขายแพง ก็น่าจะมาจากการที่ต้องรับโควต้ามาแพง ผมเคยถามคนเดินขายว่าทำไมแพงจัง ก้อได้รับคำตอบว่า "รับมาก็ 100 แล้ว" จึงต้องขายตามราคาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (ถ้าขายแล้วขาดทุน จะขายไปทำไมให้เมื่อยตุ้ม) เลยอยากถามว่า รัฐบาลรู้ปัญหาข้อนี้ไหม ไม่ต้องเดาคำตอบหรอกครับ ผมบอกให้ก็ได้ว่า ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องเป็นรัฐบาลแล้ว !!!

เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลเพิ่มจำนวนของลอตเตอรี่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาลอตเตอรี่แพงได้ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น หากราคาจะลดลงจริงก็คงจะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วก็จะกลับไปแพงอีก (เพราะว่าขายแล้วเหลือ จึงต้องขายของที่ขายได้ให้แพงกว่าเดิม เพื่อที่จะนำเงินมาชดเชยกับลอตเตอรี่ที่เหลือ)

หากรัฐบาลจริงใจที่จะแก้ปัญหากันจริงๆ ล่ะก้อ ไม่เห็นต้องพิมพ์เพิ่มเลย ยังมีวิธีอีกวิธีนึงที่น่าจะได้ผลดี แถมได้แบบสองเด้งเสียด้วย คือสามารถแก้ปัญหาทั้ง ล็อตเตอรี่แพง และ หวยใต้ดิน ใช่แล้วครับวิธีนั้นก็คือ หวยออนไลน์ แต่รัฐบาลจะกล้าทำหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมไม่ทำ หรือว่าเพราะ ผลประโยชน์บังตา หรือ กลัวอิทธิพลของใครหรือเปล่า

แล้วจะมาอธิบายเรื่อง หวยออนไลน์ อีกที.....บาย

20 พฤศจิกายน 2552

กลยุทธ์ที่ 3 ยืมดาบฆ่าคน

สถานการณ์ของศัตรูแน่ชัดแล้ว แต่ท่าทีของพันธมิตรเรายังไม่แน่นอน จึงควรขอยืมความช่วยเหลือ ใช้กำลังของพันธมิตรเราไปทำลายศัตรู สงวนกำลังของฝ่ายตน

กรณีศึกษาในอดีต
ในยุคชุนชิว มหาอุปราชเจิ้นหวนกง วางแผนลอบโจมตีเมืองไขว้ ส่งคนไปรวบรวมรายชื่อขุนนางตงฉินและบุคคลที่จงรักภักดีของเมืองนี้และประกาศว่า "คนเหล่านี้จะช่วยให้ข้ารบชนะเมืองไขว้ เมื่อเราชนะศึกข้าจะให้พวกมันเป็นขุนนาง และให้ที่ดินเป็นรางวัล" มหาอุปราชเจิ้นหวนกง แสร้งทำเป็นสร้างแท่นบู่ชาและจัดพิธีใหญ่โต ผู้ปกครองเมืองไขว้จึงล่วงรู้ความตั้งใจ และสั่งประหารขุนนางเหล่านั้นเสียสิ้น ด้วยเหตุนี้ มหาอุปราชเจิ้งหวนกงจึงสามารถยึดเมืองไขว้ได้ โดยใช้กำลังน้อยที่สุด

17 พฤศจิกายน 2552

กลยุทธ์ที่ 2 ล้อมเว่ยช่วยจ้าว

การโจมตีศัตรูที่รวมกำลังกัน มิสู้แยกกำลังของศัตรูออกแล้วจึงค่อยโจมตี การนำทหารบุกประจันซึ่งๆหน้า มิสู้อ้อมทางเพื่อเข้าโจมตี โจมตีในขณะที่ศัตรูไม่ทันตั้งตัว เป็นวิธีรบที่จะสยบศัตรูด้วยการตลบหลัง

กรณีศึกษาในอดีต
ก่อนครัสต์ศักราช 354 ปี แม่ทัพใหญ่ผังเจวียนแห่งเมืองเว่ย เข้าโจมตีเมืองจ้าว เมืองจ้าวจึงขอให้เมืองฉีช่วยเหลือ เสนาธิการซุนปิงแห่งเมืองฉี จึงแสร้งทำทีจะบุกโจมตีเมืองเว่ย แต่แอบซุ่มกองกำลังจำนวนมากไว้ในเส้นทางที่กองทัพเว่ยต้องผ่าน เมื่อผังเจวียนเดินทัพกลับมาจะช่วยเมืองเว่ยของตน จึงถูกซุ่มโจมตี จนต้องพ่ายไป

กลยุทธ์ที่ 1 ปิดฟ้าข้ามทะเล

ในขณะที่ตนคิดว่าเตรียมพร้อมแล้ว ความมุ่งมั่นในการต่อสู้จะผ่อนคลาย สิ่งที่ได้พบเห็นบ่อยๆ จึงมักจะไม่สงสัยอีก กลยุทธ์ลับต้องแฝงเร้นอยู่ในสิ่งที่เปิดเผย ดังนั้นพวกเราควรจะเรียนรู้ที่จะค้นพบแผนการลับมาก ท่ามกลางสภาพการณ์ที่เปิดเผยมาก

กรณีศึกษาในอดีต

ในรัชสมัยเจินกวนที่ 17 กษัตริย์ถังไท่จงนำกองทัพสามแสนคนกรีธาทัพไปปราบทางตะวันออก เมื่อกองทัพถึงชายทะเลตะวันออก กษัตริย์ถังไท่จงมองเห็นคลื่นทะเลสูงเทียมฟ้า ใจก็เกิดความหวาดหวั่น ต่อมาภายหลังได้มีเศรษฐีท่านหนึ่งมากราบเชิญกษัตริย์ถังไท่จงและขุนนาง ไปเป็นแขกที่บ้านของท่าน ในขณะที่ทุกคนกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน พลันได้ยินเสียงลมเกิดขึ้นโดยรอบ เสียงคลื่นดังดั่งเสียงฟ้าร้อง เมื่อกษัตริย์ถังไท่จงเปิดผ้าม่านดู จึงได้พบว่าตัวท่านกับเหล่าขุนนางอยู่บนเรือลำใหญ่ ซึ่งกำลังเล่นอยู่บนท้องทะเล

10 พฤศจิกายน 2552

ช่วยกันลดโลกร้อน


ประเด็นฮอต ประเด็นฮิต ตอนนี้ และดูเหมือนว่าจะเป็นกระแสหลักของโลกในยุค Globalization ที่นับวันโลกจะแคบลงทุกทีๆ และอะไรๆ ที่เกิดขึ้นกับที่หนึ่งก็ดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน ประหนึ่งว่าอยู่ในที่เดียวกัน เหมือนประโยคที่กล่าวว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว"

ข้อเขียนในวันนี้ ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการใกล้ฉายของหนังเรื่อง "2012 : DoomsDay" แบบว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ต้องเขียนถึง (ด้วยความอยากดูหนัง.....หรือเปล่า???)

คิดว่าหลายคนที่ติดตามข่าวสารอยู่บ้างน่าจะได้ยินเรื่อง ภาวะโลกร้อน กันมาพอสมควร ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิด ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนใหญ่แล้วเกิดมาจากน้ำมือมนุษย์อย่างพวกเรานี่เอง ดังนั้นพวกเราก็คงจะปัดความรับผิดชอบในการรับภาระด้านนี้ไปไม่ได้

วิธีการต่างๆ ที่ใช้กัน ในหลายๆ ประเทศต่างก็รณรงค์กันหลายๆ วิธีการ แต่ในที่นี้จะขอแนะนำวิธีการที่ง่ายๆ และพวกเราน่าจะนำไปปฏิบัติกันได้อย่างไม่ยากเย็น ตามหลัก 3R ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle ดังนี้

Reduce หมายถึง การลดการใช้สิ่งของต่างๆ ที่ผลิตขึ้นแล้วมีผลให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม น้ำมัน การเผาใบไม้ ฯลฯ วิธีการก็เช่นใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก หรือไม่ก็ลดการใช้ถุงพลาสติก โดยที่ใส่ตะกร้าหน้ารถหรือหากสามารถถือได้แล้วไม่ไกลจากบ้านมากนักก็ถือมาก็ได้ หรืออีกตัวอย่างที่ง่ายๆ ก็เช่นใช้จักรยานไปซื้อของที่ปากซอยแทนที่จะใช้รถมอร์เตอร์ไซด์ แถมยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว กำไร กำไรเห็นๆ

Reuse หมายถึง การนำกลับมาใช้ใหม่ เช่นหากเผลอใช้ถุงพลาสติกใส่ของมาแล้ว จะทิ้งเลยก็ประมาณว่าเป็นขยะ แต่ถ้าเรากลับเอามาใช้ซ้ำได้อีกก็จะเป็นการลดการใช้ไปในตัว หรือสิ่งของต่างๆ ที่เราซื้อมาก็ควรใช้ให้คุ้มค่า (ใช้ให้พังกันไปข้างนึง..แต่ก็ต้องดูแลด้วยนะ ไม่ใช่ใช้แบบมักง่าย เพื่อที่จะได้ใช้ได้นานๆ) เห็นไหมล่ะครับว่านอกจากจะได้ช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังได้ฝึกการประหยัดไปในตัวด้วย กำไร กำไรเห็นๆ

Recycle หมายถึง การนำสิ่งของที่ใช้แล้ว กลับมาแปรรูปใหม่เพื่อนำกลับมาใช้อีก ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบเดิมหรือในรูปแบบใหม่ก็ได้ เช่น ขวดพลาสติก ขวดน้ำปลา ลังกระดาษ นิตยสาร ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถแปรรูป โดยนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยที่เราเก็บรวบรวมเอาไว้เมื่อได้ปริมาณจำนวนหนึ่งก็นำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า แถมเมื่อเราขายไปยังได้เงินกลับมาด้วย กำไร กำไรเห็นๆ

เอาล่ะครับวันนี้ก็คงพอหอมปากหอมคอกันแค่นี้ก่อนนะครับ หวังว่าสิ่งที่นำเสนอไปวันนี้ไม่น่าจะลำบากลำบนในการนำไปปฏิบัตินะครับ ถ้าทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ โลกก็คงจะสดใสและน่าอยู่ขึ้น

09 พฤศจิกายน 2552

ไทย เขมร และ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร

ไม่ขอออกตัวล่ะนะครับว่า ผมเป็นใคร ฝ่ายใหน หรือถือหางข้างใหน แต่ให้พิจารณาเอาเองแล้วกันครับ ตามเนื้อความที่จะได้รับอ่านต่อไป....

และไม่ขอท้าวความที่ผ่านมาว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ไปไงมาไง แต่จะขอพูดถึงเฉพาะเหตุการณ์ในขณะปัจจุบันเท่านั้นนะครับ

สำหรับเรื่องที่ทางเขมรได้แต่งตั้งให้ อดีตนายกทักษิณ เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาฯ ในความคิดเห็นของผม เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง อยากถามว่าสมเด็จฮุนเซ็น ทราบหรือไม่ว่า อดีตนายกทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดีของประเทศไทย (คำตอบก็น่าจะได้ว่า ทราบ..) แล้วทั้งที่ทราบ ก็ยังจะแต่งตั้ง เอากับเขาสิ!!!

คุณคิดอะไรอยู่ครับ คุณเขมร หรือคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้ร่วมกัน (ในอนาคต หากแผนการณ์สำเร็จ) กับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร เหอ เหอ เหอ ....

มันก็สมควรแล้วล่ะครับที่ไทยจะต้องมีมาตรการตอบโต้ให้รู้เสียบ้างว่า ตูไม่พอใจนะโว้ย!!!! ลองคิดดูสิครับว่าบ้านข้างๆ กันแท้ๆ แต่เห็นนักโทษหนีคดีของบ้านเราหนีไป แทนที่จะช่วยกันจับหรือบอกหนทางหนี ดันให้ที่อยู่โจร อย่างนี้เขาเรียกว่า "ให้ที่หลบซ่อน" ใช่ไหมครับคุณเขมร ลองตรองดูดีๆ นะครับ

การตอบโต้ทางการฑูต ผมว่าก็โอนะครับ รวมทั้งการที่จะพิจารณายกเลิก MOU ผมว่ามันก็โออีกน่ะแหละ เพราะว่าก็เป็นไปตามเหตุผลที่ทางไทยกล่าวอ้างว่า อยู่ๆ จะให้คนที่ทำข้อตกลงกับอีกฝ่าย ซึ่งรู้ตื้นลึกหนาบางของฝั่งเรา แล้วมาวันนี้กลับไปเป็นที่ปรึกษาให้อีกฝ่าย ลองเอาหัวสมองที่พอจะมีรอยหยักคิดดูนะครับว่ามีที่ใหนบ้างเขาทำกัน....แล้วถ้าทำแบบนี้จริง ใครฝ่ายใหนจะได้ประโยชน์.....ลองคิดดูนะครับ

แล้วไอ้ที่ออกมาบอกว่าที่ทำไปก็เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย ให้คำปรึกษาเพื่อที่จะช่วยเหลือประเทศไทย... ถ้ายังงั้นก็ไปให้คำปรึกษาประเทศดูไบก็ได้นะครับแล้วให้เขาช่วยสนับสนุนประเทศไทย ช่วยซื้อข้าวสารของไทย ช่วยมาเที่ยวประเทศไทย ฯลฯ สารพัดที่จะทำ แล้วทำไม ถึงมาอยู่ใกล้ๆ คิดอะไรอยู่ คิดดีแน่หรือ หรือว่าหวังผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือเปล่า (เพราะว่าเจ้านี้เขาชอบแบบว่ามีอะไรๆทับซ้อน ประมาณเนี๊ยะ...) หรือกะว่าจะเอาให้รัฐบาลล่มให้ได้ (ก่อนสิ้นปียิ่งดี ขืนปล่อยไว้นานเดี๋ยวมันทำงานเข้าตากรรมการ จะยิ่งยากขึ้น) พอยุบสภาแล้ว ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ แล้วก็กะว่าจะกลับมายิ่งใหญ่ได้ และคอยดูเถอะจะใหญ่ให้มากกว่าเดิม (จากเดิมก็หย่าญพออยู่แล้ว...หย่าญจนเป็นเจ้าพ่อแล้วมั๊ง!!!!)

ลองคิดในด้านที่กลับกันบ้างนะครับว่า ถ้าเอ็ง(ประเทศเขมร)มาเป็นเรา แล้วถูกเราทำแบบนี้กับเอ็งบ้าง เอ็งจะรู้สึกอย่างไร หรือจะบอกว่า "ไม่เป็นไร สีทนได้....."