26 ธันวาคม 2552

กลยุทธ์ที่ 7 ในไม่มี ทำให้มี

ใช้เท็จหลอกลวงข้าศึก แต่ไม่ใช่ความเท็จทั้งหมด รู้จักทำเท็จให้เป็นจริงอย่างแยบยล ใช้ภาพลวงหลายอย่างอำพรางเรื่องจริง ทำให้ข้าศึกมองผิดพลาด แล้วจึงโจมตีเมื่อข้าศึกย่อหย่อนในการป้องกัน

กรณีศึกษาในอดีต
ในสมัยราชวงศ์ถัง กองทัพกบฏอันลู่ซันล้อมตีเมืองยงซิว แม่ทัพจางซวิ๋นที่กำลังตั้งรับป้องกันวิตกร้อนรนเนื่องด้วยลูกธนูใกล้จะหมด จางซวิ๋นจึงสั่งทหารสร้างหุ่นหญ้าฟางนับพันตัว
เมื่อถึงยามกลางคือ จางซวิ๋นสั่งให้แขวนหุ่นฟางไว้นอกกำแพง ลวงให้ข้าศึกยิงธนูใส่ราวห่าฝน ด้วยนึกว่าเป็นทหารจริง ทำเช่นนี้ติดต่อกันสองคืน จางซวิ๋นก็ได้ลูกธนูมาเพิ่มหลายหมื่นดอก และเมื่อจางซวิ๋นส่งทหารกล้า 500 นายออกมานอกกำแพง ทัพกบฏกลับคิดว่าทหารจริงนั้นเป็นหุ่นฟาง เมื่อกองทัพกบฏผ่อนคลายการป้องกัน ทหารกล้าทั้ง 500 นายจึงบุกตีค่ายข้าศึก

10 ธันวาคม 2552

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)


เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นระบบเศรษฐกิจที่สะท้อนถึงกระบวนการซึ่งรวมเอาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน โดยมุ่งมั่นให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่ผสมผสานสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา เข้ากับองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลิตสินค้าและการบริการที่มีคุณลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอันที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเกิดขึ้นได้ ย่อมต้องมี ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และ นวัตกรรม (Inovation) เข้ามาเป็นองค์ประกอบร่วมเพื่อให้เกิดการผลิตตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์
สำหรับสาขาการผลิตที่พัฒนาไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเรียกว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) ซึ่งหมายถึง กลุ่มกิจกรรมการผลิตที่ต้องพึ่งพาความคิดสร้างสรรค์เป็นสำคัญ

ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดคำนิยามของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เป็นหนึ่งเดียวขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้ให้เข้ากับระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยความหมายอย่างง่ายของ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ซึ่งนิยามโดย John Howkins คือ “เป็นแนวความคิดในการพัฒนาและสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยใช้สินทรัพย์ที่เกิดจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์”



09 ธันวาคม 2552

กลยุทธ์ที่ 6 ส่งเสียงบูรพา โจมตีประจิม

สร้างภาพลวงตา หลอกล่อให้ข้าศึกสับสน สูญเสียการควบคุมและตัดสินใจไขว้เขว ใช้กลยุทธ์ทวนกระแสน้ำเพื่อพิชิตชัยโดยข้าศึกคาดไม่ถึง

กรณีศึกษาในอดีต
ในสมัยราชวงศ์ฮั่น อาณาจักรซาเซอร่วมกับเมืองชิวฉือ ต่อสู้กับฑูตพิเศษแห่งราชวงศ์ฮั่นชื่อ ปันเชา เมื่อกองทัพเมืองชิวฉือลิงโลดเหลือล้น และไล่ตีปันเชาไปทางตะวันออก แต่ปันเชาแกล้งถอยทัพเพียงครึ่งทางและหลบซ่อน รอจนทัพชิวฉือผ่านไป จึงย้อนรอยกลับมาตีอาณาจักรซาเซอ

ฮ่องเต้เมืองชิวฉือ หลงคิดว่าปันเชาเกรงกลัวตน ในใจจึงคิดแต่จะเอาชนะ คาดไม่ถึงว่าปันเชาจะย้อนทัพกลับไปโจมตีซาเซอ ชาวเมืองซาเซอไม่ทันตั้งตัว เมื่อทัพปันเชายกมากระทันหัน จึงต้องยอมแพ้ในที่สุด

กลยุทธ์ที่ 5 ฉวยโอกาสไฟไหม้ ปล้นชิง

เมื่อข้าศึกเผชิญวิกฤติหนัก ฉวยประโยชน์จากสถานการณ์ ยกทัพเข้าพิชิตศึก เป็นโอกาสที่จะทำลายศัตรูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ข้าศึกจะวุ่นวายสับสน ภายใต้สามสภาวการณ์ คือ ความทุกข์ยากภายใน ภัยรุกรานจากภายนอก และความลำบากจากทั้งภายนอกและภายใน ฉกฉวยโอกาสนี้เข้าบุกโจมตี ย่อมคว้าชัยชนะได้สำเร็จ

กรณีศึกษาในอดีต
ในยุคซุนชิวของจีน เมืองอู๋และเมืองเอวี้ยแย่งกันเป็นใหญ่ เมืองเอวี้ยรบแพ้ จึงจำต้องเป็นเมืองขึ้นของเมืองอู๋ และใช้เวลากว่า 20 ปี เพื่อรื้อฟื้นกำลังให้เข้มแข็ง ระหว่างนั้นเมืองอู๋เกิดวุ่นวายขึ้นภายใน ขุนนางกังฉินเรืองอำนาจ ผลาญเงินทองเพื่อสร้างราชวังใหญ่โต ทำให้ราษฎรยากจนและเงินท้องพระคลังร่อยหรอ ก่อนคริสตศักราช 473 ปี เมืองอู๋ประสบภัยแล้งและราษฎรยากแค้นแสนสาหัส เมืองเอวี้ยฉกฉวยโอกาสที่เมืองอู๋ประสบภัยภิบัติธรรมชาติ และฮ่องเต้ไม่อยู่ ยกทัพเข้าบุกโจมตี เมืองอู๋อ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานและถูกทำลายในที่สุด

07 ธันวาคม 2552

ชาตินิยม ผิดด้วยหรือ?


จบไปแล้วนะครับกับอีกหนึ่งโครงการของรัฐบาล ที่พยายามจะสร้างกระแส "ชาตินิยม" ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย (โครงการร้องเพลงชาติตอนหกโมงเย็น วันละจังหวัด)

แล้วก็บังเอิญว่ามีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่มากระตุกต่อมชาตินิยมในช่วงนี้เสียด้วย... มันก็เลยทำให้อาการ "ชาตินิยม" มันกำเริบเข้าไปอีก

ผมว่าก็ดีนะครับสำหรับการมี "ชาตินิยม" กันเสียบ้างสำหรับประเทศไทย ไม่อย่างนั้นแล้ว หันไปทางใหนก็เห็นแต่ เกาหลีนิยม (จากก่อนนี้เป็นญี่ปุ่นนิยม) คงจะเนื่องจากคนไทยเป็นชาติที่เปิดกว้าง รับได้กับทุกวัฒนธรรม ไม่ปฏิเสธ แต่ในทางกลับกัน เราก็น่าที่จะต้องยึด "ราก" ของเราเอาไว้บ้างนะครับ อย่างน้อย...ก็เพื่อความภาคภูมิใจในชาติกำเนิด

ด้วยเหตุที่ว่าผมได้ดูโทรทัศน์บางรายการ ผู้มีความรู้เป็นอาจารย์บางท่าน กลัวคำว่าชาตินิยม กลัวว่ารักชาติมากไปแล้วจะทำให้เกิดความรุนแรงบ้างล่ะ หรืออะไรต่อมิอะไรบ้างล่ะ

ผมล่ะงงกับบรรดาท่านๆ จริง "ชาตินิยม" ไม่ดีตรงใหนหรือครับ หรือว่าพวกท่านกำลังตีความคำว่า "ชาตินิยม" เป็น "คลั่งชาติ"

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นหลังจากแพ้สงครามโลก ไม่ใช่เพราะความเป็นชาตินิยมหรือครับที่ทำให้ญี่ปุ่นมีวันนี้ เกาหลีก็เหมือนกัน หรือแม้แต่อเมริกา ต่างก็มีความเป็น ชาตินิยม อยู่ในตัวทั้งนั้น แม้กระทั่งเวียดนามที่ปัจจุบันกำลังไล่หลังเรามาติดๆ ก็เริ่มกันมาจากชาตินิยมนี่แหละ แล้วพวกคุณๆ จะกลัวอะไรกันหรือครับ

หรือว่าต้องรอให้ไม่เหลือ ชาติ เสียก่อน แล้วค่อยมาสำนึกได้.....ภายหลัง......

02 ธันวาคม 2552

คุณสมบัติ 8 ประการ สู่ความสำเร็จในการลงทุน

ในการลงทุนเราจะต้องพยายามหาสไตล์การลงทุนที่เหมาะกับเรา และมีความเชื่อมั่นว่าจะทให้เราชนะได้ในการลงทุน และค่อยๆ พัฒนาจนมีสไตล์ของตนเอง นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มักมีคุณสมบัติที่เหมือนๆ กันอยู่ 8 ประการด้วยกัน คือ

1. มีความรอบรู้ (Breadth)

จากการศึกษาพบว่า ผู้ประสบความสำเร็จในการลงทุนมักมีความกระตือรือร้น สนใจเรื่องราวต่างๆ รอบตัว นอกจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรง นักลงทุนที่ดีต้องเป็นผู้ที่มีความสนใจที่หลากหลาย ไม่ตีกรอบตัวเองอยู่ที่เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น

2. ช่างสังเกตุ (Observation)

นักลงทุนที่ดีควรจะสวมวิญญาณเป็นนักสืบ เป็นคนที่ช่างสังเกตุ ใส่ใจในรายละเอียด รวมทั้งต้องจดจำข้อมูลที่สำคัญๆ ของหุ้นต่างๆ ได้ ยิ่งจำรายละเอียดได้มากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งมีความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะ รวมทั้งประเมินผลกระทบภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ได้ย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น พยายามทำตัวให้เหมือน "สารานุกรมเคลื่อนที่"

3. ไม่มีอคติ (Objectivity)

นักจิตวิทยาได้ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เป็น "สัตว์สังคม" เมื่อได้มารวมกลุ่มกันเข้าแล้ว เพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาทางสังคมกับผู้อื่น จึงมีความโน้มเอียงที่จะตัดสินใจทำเรื่องต่างๆ ในลักษณะที่คล้อยตามกระแสที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกัน ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรม "สัญชาติญาณฝูงสัตว์" นักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จ จะต้องมีความคิดที่เป็นอิสระ และไม่ยอมให้ความคิดของตัวเองถูกครอบงำโดยกระแสของคนส่วนใหญ่ เพราะว่าความผิดพลาดเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นพฤติกรรมที่สามารถคาดคะแนได้ล่วงหน้า

4. รักษาวินัย (Discipline)

นักลงทุนจะต้องมีความอดทนในการรอคอย เพราะโอกาสดีๆ หรือความคิดดีๆ สำหรับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ นั้นไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน เช่น Warren Buffet ได้บอกว่า เคล็ดไม่ลับของความสำเร็จในการลงทุนของเขาคือ ต้องรู้จักอดทนอดกลั้น รอคอยโอกาส ไม่ตัดสินใจตามกระแส และเมื่อโอกาสนั้นมาถึงต้อง "หวดให้สุดแรง" เพราะโอกาสดีๆ ที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเรานั้น มีไม่บ่อยครั้งนัก

5. มีความลึก (Depth)

ความลึกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนเรามี สมาธิ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเพ่งความคิดให้แน่วแน่อยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง (focus) และสามารถคิดได้อย่างมีอิสระ ตัวอย่างเช่น Soros จะไม่ยอมให้มีใครรบกวน เวลาที่เขาทำการซื้อขายอยู่ แม้ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง และไม่ให้มีใครเข้าพบ จนกว่าเขาจะ "จัดการ" กับการลงทุนของเขาให้เรียบร้อยเสียก่อน

6. มีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องเห็นภาพรวมของสิ่งต่างๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจส่วนรวมของไทย เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจต่างๆ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่สำคัญๆ ต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมัน เป็นต้น มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถคว้าโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ หรือไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงทีอาจจะเกิดขึ้นเพื่อลดทอนควมเสียหายได้

7. มีฉันทะในสิ่งที่ทำ (Passion)

นักลงทุนระดับปรมาจารย์ทุกคน "รัก" อาชีพการลงทุน พวกเขามีความสุขกับการได้ทำในสิ่งที่ทำมากกว่าจะคิดเรื่องของผลตอบแทนที่ได้ Warren Buffet เคยพูดว่า ตัวเขาเอง รู้สึกสนุกกับการทำให้ "ได้ผล" มากกว่าจะคำนึงถึง "ผลได้"

8. มีความยืดหยุ่น (Flexibility)

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนได้นั้น ต้องเปิดใจให้พร้อมที่จะยอมรับข้อมูลใหม่ๆ และโลกทัศน์ที่เปลี่นแปลงไปตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขารู้ดีว่าการที่ยึดติดกับความคิด ความเชื่อ บางอย่างตายตัวเกินไปอาจเป็นการโยนทิ้งโอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามา หรือทำให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงต่อการลงทุนก็ได้ ประเด็นก็คือ นักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จ ต้อกล้าที่จะยอมรับความจริง ถ้าพบว่ามีการตัดสินใจผิดพลาด ก็ต้องยอม "ตัดขาดทุน" (cut losses) เสียแต่เนิ่นๆ แต่เมื่อตัดสินใจถูกต้องแล้ว ก็ต้องรู้จักปล่อยให้ "กำไรเพิ่มพูน" (run profits) ด้วยการไม่รีบขายหุ้นนั้นทิ้งไปด้วย

ทั้ง 8 ประการนี้ คือคุณสมบัติที่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมีอยู่คล้ายกัน หากท่านผู้อ่านท่านใด เป็นผู้หนึ่งที่สนใจในการลงทุนเพื่ออิสรภาพทางการเงินในอนาคต สามารถนำคุณสมบัติเหล่านี้ ไปประยุกต์ใช้กับการลงทุนของตนเองได้ ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จในการลงทุน.....

นำมาจากส่วนหนึ่งของหนังสือ "เริ่มเล่นหุ้นอย่างไรให้รวย" โดย มนตรี แสวงเดชา

หวยออนไลน์ ช่วยได้ !!!

อ้างอิงมาจากข้อเขียนครั้งก่อนของผมเอง เรื่องการแก้ปัญหาล็อตเตอร์รี่ราคาแพง รวมทั้งการแก้ปัญหาหวยใต้ดิน

เชื่อไหมว่าหวยใต้ดินไม่หายไปจากประเทศไทยอย่างแน่นอน ต่อให้รัฐบาลยกเลิกการออกสลาก ก็เถอะ เพราะว่าเดี๋ยวก็หันไปใช้อย่างอื่นมาแทนกันได้อยู่ดี ฮิฮิฮิ...

ผมว่าหากจะแก้ปัญหากันล่ะก็ หวยออนไลน์ ช่วยได้ เพราะหวยออนไลน์สามารถระบุเลขได้ว่าต้องการเลขอะไร ตัวไหน เล่นได้แบบไม่มีกั๊ก ไม่มีจ่ายครึ่งเดียว หรือไม่มีแบบว่าไม่รับเลขนี้ หาซื้อก็ง่าย (หมายถึงเลขที่ต้องการ)

แต่ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าหวยออนไลน์ไม่ได้มาแทน ลอตเตอร์รี่ เพราะว่าหวยออนไลน์จริงๆ แล้วผมว่าต้องการนำมาใช้กับหวยใต้ดินมากกว่า

แล้วอีกอย่างนึง อย่าลืมนะครับว่าคนที่ซื้อลอตเตอร์รี่ส่วนมากแล้วเขาก็อยากถูกรางวัลที่ 1 กันทั้งนั้นแหละ แต่ในความเป็นจริงเขาก็หาซื้อกันแค่เลขท้าย 2ตัว, 3 ตัวเท่านั้น (ต่อให้ฝันดีขนาดเห็นเลข 6 หลักตรงๆ ก็คงต้องออกแรงหาซื้อกันน่าดูทีเดียว จริงไหม)

หากมีเลขดัง หวยใต้ดินก็ไม่รับ ลอตเตอร์รี่ก็โก่งราคา ก็หันไปซื้อออนไลน์สิครับ รายได้ก็เข้ารัฐด้วย... เมื่อไม่มี ดีมานด์ หรือ ดีมานด์ลดน้อยลง ประเดี๋ยวก็ต้องลดราคาลงมาเองแหละ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ลอตเตอร์รี่ก็คงจะโก่งราคากันยากขึ้น หวยใต้ดินก็คงจะต้องปวดกบาลเป็นแน่แท้ อาจจะต้องปรับกลยุทธ์ใหม่กันอีกหลายตลบทีเดียว

แต่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ไม่ยอมใช้หวยออนไลน์เสียที อย่าบอกนะว่ามันเป็นการส่งเสริมให้เล่นการพนัน... เพราะว่าไอ้ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ทราบว่าใครไปส่งเสริมมันหรือครับ มันถึงได้รุ่งเรืองอยู่ทุกวันนี้
เอะอะก็บอกว่าเป็นเมืองพุทธ อยากรู้ว่าคนที่อ้างน่ะ เป็นพุทธแบบใหน แล้วศาสนาอื่นเขาสอนให้คนเล่นการพนันหรือครับ ประเทศเขาถึงมีบ่อน มีกาสิโนได้ (เอาอะไรมาคิดกันนะคนเรา)

ต้องอยู่บนความเป็นจริงนะครับ อย่าอยู่ในโลกแห่งความฝัน.....

และอย่าเอาเหตุผลข้างๆ คูๆ มาอ้าง หรือแท้จริงแล้วมีอะไรแอบแฝงอยู่ แต่ไม่กล้าบอกตรงๆ อ๊ะเปล่า....

22 พฤศจิกายน 2552

กลยุทธ์ที่ 4 ใช้สบายรอเหน็ดเหนื่อย

การบีบให้ข้าศึกตกอยู่ในภาวะลำบาก ไม่จำเป็นต้องออกรบโจมตีโดยตรง สามารถใช้การตั้งรับอย่างเข้มแข็ง เพื่อบั่นทอนกำลังของฝ่ายตรงข้าม เมื่อข้าศึกเหนื่อยล้า ทำให้ศัตรูจากเข้มแข็งกลายเป็นอ่อนแอ ส่วนฝ่ายเราจากอ่อนแอกลายเป็นเข้มแข็ง จากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก

กรณีศึกษาในอดีต
ปลายสมัยจั้นกว๋อของจีนในอดีต ขุนพลเฒ่าหวังเจี่ยนยกพล 600,000 คนไปตีเมืองฉู่ เมื่อลุถึงชายแดนเมืองฉู่ เขาตั้งทัพแล้วสร้างกำแพงขุดคูเมืองสะสมกำลัง เมื่อกองทัพฉู่เข้าโจมตี ขุนพลหวังเจี่ยนตั้งรับอย่างมั่นคง ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำแม้จะรบกันยืดเยื้อถึงหนึ่งปี จนกองทัพฉู่ถอดใจและติดสินใจถอนทัพ ขุนพลหวังเจี่ยนฉวยโอกาสนี้บุกโจมตีเต็มกำลัง จึงสามารถทำลายกองทัพฉู่ได้อย่างง่ายดาย

ลอตเตอรี่ พิมพ์เพิ่มแก้ราคาแพงได้จริงหรือ

ช่วงก่อนหน้านี้ ได้ข่าวมาว่ารัฐบาลกะลังจะพิมพ์ ลอตเตอรี่ เพิ่ม เพื่อที่จะแก้ปัญหาราคาลอตเตอรี่แพง หน้าตั๋วพิมพ์ไว้ว่าราคาคู่ละ 80 บาท แต่ขายกันจริงๆ อยู่ที่คู่ละ 110-120 บาท แต่หากว่าเป็นเลขชุด (เลขเดียวกันแต่มีหลายใบ) ราคาก็จะแพงกว่านี้อีก !!!!

โดยปกติแล้ว หากว่ากันตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์ การที่สินค้าจะมีราคาเท่าไหร่ เกิดมาจาก อุปทาน (ความต้องการในสินค้าของผู้บริโภค) และ อุปสงค์ (จำนวนสินค้าที่ผลิตออกมาขาย) ซึ่งจะอยู่ที่จุดสมดุลย์ได้ก็ต่อเมื่อ อุปทานเท่ากับอุปสงค์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนด ราคา และ ปริมาณการผลิต ในที่นี้หมายความถึงตลาดที่มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์นะครับ

แต่....ลอตเตอรี่ ไม่ได้เป็นสินค้าในตลาดสมบูรณ์ เพราะว่าปริมาณการผลิตอยู่ในจำนวนจำกัด และไม่สามารถผลิตเพิ่มได้ตามที่ตลาดต้องการ (ดังนั้นราคาจึงน่าจะสูง เมื่อมีความต้องการสูง เพราะสินค้ามีจำนวนจำกัดนั่นเอง)

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เท่าที่สังเกตุดู ไม่เห็นมีที่ใหนขายเกลี้ยงแผงสักที เพราะว่าบางเลขก็ไม่ได้เป็นเลขที่ต้องการในตลาดมาก แต่หากเลขใหนที่เป็นที่ต้องการมาก (เลขดัง) ราคาก็จะขยับสูงกว่าที่กล่าวมาอีก ดังนั้นการที่ราคาสูงไม่น่าจะเป็นผลจากอุปทานของตลาด

ดังนั้น ลอตเตอรี่ จึงจัดได้ว่าเป็นสินค้าใน ตลาดผูกขาด หมายความว่าผู้ผลิตสามารถที่จะกำหนดราคาได้ตามที่ต้องการ เพราะว่าแพงยังไงก็ยังมีคนซื้อนั่นเอง (โดยเฉพาะเลขดัง) และระบบการจัดสรรโควต้า ก็หมายถึงการผูกขาดนั่นเอง

การที่ต้องขายแพง ก็น่าจะมาจากการที่ต้องรับโควต้ามาแพง ผมเคยถามคนเดินขายว่าทำไมแพงจัง ก้อได้รับคำตอบว่า "รับมาก็ 100 แล้ว" จึงต้องขายตามราคาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (ถ้าขายแล้วขาดทุน จะขายไปทำไมให้เมื่อยตุ้ม) เลยอยากถามว่า รัฐบาลรู้ปัญหาข้อนี้ไหม ไม่ต้องเดาคำตอบหรอกครับ ผมบอกให้ก็ได้ว่า ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องเป็นรัฐบาลแล้ว !!!

เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลเพิ่มจำนวนของลอตเตอรี่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาลอตเตอรี่แพงได้ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น หากราคาจะลดลงจริงก็คงจะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วก็จะกลับไปแพงอีก (เพราะว่าขายแล้วเหลือ จึงต้องขายของที่ขายได้ให้แพงกว่าเดิม เพื่อที่จะนำเงินมาชดเชยกับลอตเตอรี่ที่เหลือ)

หากรัฐบาลจริงใจที่จะแก้ปัญหากันจริงๆ ล่ะก้อ ไม่เห็นต้องพิมพ์เพิ่มเลย ยังมีวิธีอีกวิธีนึงที่น่าจะได้ผลดี แถมได้แบบสองเด้งเสียด้วย คือสามารถแก้ปัญหาทั้ง ล็อตเตอรี่แพง และ หวยใต้ดิน ใช่แล้วครับวิธีนั้นก็คือ หวยออนไลน์ แต่รัฐบาลจะกล้าทำหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมไม่ทำ หรือว่าเพราะ ผลประโยชน์บังตา หรือ กลัวอิทธิพลของใครหรือเปล่า

แล้วจะมาอธิบายเรื่อง หวยออนไลน์ อีกที.....บาย

20 พฤศจิกายน 2552

กลยุทธ์ที่ 3 ยืมดาบฆ่าคน

สถานการณ์ของศัตรูแน่ชัดแล้ว แต่ท่าทีของพันธมิตรเรายังไม่แน่นอน จึงควรขอยืมความช่วยเหลือ ใช้กำลังของพันธมิตรเราไปทำลายศัตรู สงวนกำลังของฝ่ายตน

กรณีศึกษาในอดีต
ในยุคชุนชิว มหาอุปราชเจิ้นหวนกง วางแผนลอบโจมตีเมืองไขว้ ส่งคนไปรวบรวมรายชื่อขุนนางตงฉินและบุคคลที่จงรักภักดีของเมืองนี้และประกาศว่า "คนเหล่านี้จะช่วยให้ข้ารบชนะเมืองไขว้ เมื่อเราชนะศึกข้าจะให้พวกมันเป็นขุนนาง และให้ที่ดินเป็นรางวัล" มหาอุปราชเจิ้นหวนกง แสร้งทำเป็นสร้างแท่นบู่ชาและจัดพิธีใหญ่โต ผู้ปกครองเมืองไขว้จึงล่วงรู้ความตั้งใจ และสั่งประหารขุนนางเหล่านั้นเสียสิ้น ด้วยเหตุนี้ มหาอุปราชเจิ้งหวนกงจึงสามารถยึดเมืองไขว้ได้ โดยใช้กำลังน้อยที่สุด

17 พฤศจิกายน 2552

กลยุทธ์ที่ 2 ล้อมเว่ยช่วยจ้าว

การโจมตีศัตรูที่รวมกำลังกัน มิสู้แยกกำลังของศัตรูออกแล้วจึงค่อยโจมตี การนำทหารบุกประจันซึ่งๆหน้า มิสู้อ้อมทางเพื่อเข้าโจมตี โจมตีในขณะที่ศัตรูไม่ทันตั้งตัว เป็นวิธีรบที่จะสยบศัตรูด้วยการตลบหลัง

กรณีศึกษาในอดีต
ก่อนครัสต์ศักราช 354 ปี แม่ทัพใหญ่ผังเจวียนแห่งเมืองเว่ย เข้าโจมตีเมืองจ้าว เมืองจ้าวจึงขอให้เมืองฉีช่วยเหลือ เสนาธิการซุนปิงแห่งเมืองฉี จึงแสร้งทำทีจะบุกโจมตีเมืองเว่ย แต่แอบซุ่มกองกำลังจำนวนมากไว้ในเส้นทางที่กองทัพเว่ยต้องผ่าน เมื่อผังเจวียนเดินทัพกลับมาจะช่วยเมืองเว่ยของตน จึงถูกซุ่มโจมตี จนต้องพ่ายไป

กลยุทธ์ที่ 1 ปิดฟ้าข้ามทะเล

ในขณะที่ตนคิดว่าเตรียมพร้อมแล้ว ความมุ่งมั่นในการต่อสู้จะผ่อนคลาย สิ่งที่ได้พบเห็นบ่อยๆ จึงมักจะไม่สงสัยอีก กลยุทธ์ลับต้องแฝงเร้นอยู่ในสิ่งที่เปิดเผย ดังนั้นพวกเราควรจะเรียนรู้ที่จะค้นพบแผนการลับมาก ท่ามกลางสภาพการณ์ที่เปิดเผยมาก

กรณีศึกษาในอดีต

ในรัชสมัยเจินกวนที่ 17 กษัตริย์ถังไท่จงนำกองทัพสามแสนคนกรีธาทัพไปปราบทางตะวันออก เมื่อกองทัพถึงชายทะเลตะวันออก กษัตริย์ถังไท่จงมองเห็นคลื่นทะเลสูงเทียมฟ้า ใจก็เกิดความหวาดหวั่น ต่อมาภายหลังได้มีเศรษฐีท่านหนึ่งมากราบเชิญกษัตริย์ถังไท่จงและขุนนาง ไปเป็นแขกที่บ้านของท่าน ในขณะที่ทุกคนกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน พลันได้ยินเสียงลมเกิดขึ้นโดยรอบ เสียงคลื่นดังดั่งเสียงฟ้าร้อง เมื่อกษัตริย์ถังไท่จงเปิดผ้าม่านดู จึงได้พบว่าตัวท่านกับเหล่าขุนนางอยู่บนเรือลำใหญ่ ซึ่งกำลังเล่นอยู่บนท้องทะเล

10 พฤศจิกายน 2552

ช่วยกันลดโลกร้อน


ประเด็นฮอต ประเด็นฮิต ตอนนี้ และดูเหมือนว่าจะเป็นกระแสหลักของโลกในยุค Globalization ที่นับวันโลกจะแคบลงทุกทีๆ และอะไรๆ ที่เกิดขึ้นกับที่หนึ่งก็ดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน ประหนึ่งว่าอยู่ในที่เดียวกัน เหมือนประโยคที่กล่าวว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว"

ข้อเขียนในวันนี้ ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการใกล้ฉายของหนังเรื่อง "2012 : DoomsDay" แบบว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ต้องเขียนถึง (ด้วยความอยากดูหนัง.....หรือเปล่า???)

คิดว่าหลายคนที่ติดตามข่าวสารอยู่บ้างน่าจะได้ยินเรื่อง ภาวะโลกร้อน กันมาพอสมควร ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิด ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนใหญ่แล้วเกิดมาจากน้ำมือมนุษย์อย่างพวกเรานี่เอง ดังนั้นพวกเราก็คงจะปัดความรับผิดชอบในการรับภาระด้านนี้ไปไม่ได้

วิธีการต่างๆ ที่ใช้กัน ในหลายๆ ประเทศต่างก็รณรงค์กันหลายๆ วิธีการ แต่ในที่นี้จะขอแนะนำวิธีการที่ง่ายๆ และพวกเราน่าจะนำไปปฏิบัติกันได้อย่างไม่ยากเย็น ตามหลัก 3R ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle ดังนี้

Reduce หมายถึง การลดการใช้สิ่งของต่างๆ ที่ผลิตขึ้นแล้วมีผลให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม น้ำมัน การเผาใบไม้ ฯลฯ วิธีการก็เช่นใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก หรือไม่ก็ลดการใช้ถุงพลาสติก โดยที่ใส่ตะกร้าหน้ารถหรือหากสามารถถือได้แล้วไม่ไกลจากบ้านมากนักก็ถือมาก็ได้ หรืออีกตัวอย่างที่ง่ายๆ ก็เช่นใช้จักรยานไปซื้อของที่ปากซอยแทนที่จะใช้รถมอร์เตอร์ไซด์ แถมยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว กำไร กำไรเห็นๆ

Reuse หมายถึง การนำกลับมาใช้ใหม่ เช่นหากเผลอใช้ถุงพลาสติกใส่ของมาแล้ว จะทิ้งเลยก็ประมาณว่าเป็นขยะ แต่ถ้าเรากลับเอามาใช้ซ้ำได้อีกก็จะเป็นการลดการใช้ไปในตัว หรือสิ่งของต่างๆ ที่เราซื้อมาก็ควรใช้ให้คุ้มค่า (ใช้ให้พังกันไปข้างนึง..แต่ก็ต้องดูแลด้วยนะ ไม่ใช่ใช้แบบมักง่าย เพื่อที่จะได้ใช้ได้นานๆ) เห็นไหมล่ะครับว่านอกจากจะได้ช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังได้ฝึกการประหยัดไปในตัวด้วย กำไร กำไรเห็นๆ

Recycle หมายถึง การนำสิ่งของที่ใช้แล้ว กลับมาแปรรูปใหม่เพื่อนำกลับมาใช้อีก ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบเดิมหรือในรูปแบบใหม่ก็ได้ เช่น ขวดพลาสติก ขวดน้ำปลา ลังกระดาษ นิตยสาร ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถแปรรูป โดยนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยที่เราเก็บรวบรวมเอาไว้เมื่อได้ปริมาณจำนวนหนึ่งก็นำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า แถมเมื่อเราขายไปยังได้เงินกลับมาด้วย กำไร กำไรเห็นๆ

เอาล่ะครับวันนี้ก็คงพอหอมปากหอมคอกันแค่นี้ก่อนนะครับ หวังว่าสิ่งที่นำเสนอไปวันนี้ไม่น่าจะลำบากลำบนในการนำไปปฏิบัตินะครับ ถ้าทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ โลกก็คงจะสดใสและน่าอยู่ขึ้น

09 พฤศจิกายน 2552

ไทย เขมร และ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร

ไม่ขอออกตัวล่ะนะครับว่า ผมเป็นใคร ฝ่ายใหน หรือถือหางข้างใหน แต่ให้พิจารณาเอาเองแล้วกันครับ ตามเนื้อความที่จะได้รับอ่านต่อไป....

และไม่ขอท้าวความที่ผ่านมาว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ไปไงมาไง แต่จะขอพูดถึงเฉพาะเหตุการณ์ในขณะปัจจุบันเท่านั้นนะครับ

สำหรับเรื่องที่ทางเขมรได้แต่งตั้งให้ อดีตนายกทักษิณ เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาฯ ในความคิดเห็นของผม เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง อยากถามว่าสมเด็จฮุนเซ็น ทราบหรือไม่ว่า อดีตนายกทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดีของประเทศไทย (คำตอบก็น่าจะได้ว่า ทราบ..) แล้วทั้งที่ทราบ ก็ยังจะแต่งตั้ง เอากับเขาสิ!!!

คุณคิดอะไรอยู่ครับ คุณเขมร หรือคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้ร่วมกัน (ในอนาคต หากแผนการณ์สำเร็จ) กับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร เหอ เหอ เหอ ....

มันก็สมควรแล้วล่ะครับที่ไทยจะต้องมีมาตรการตอบโต้ให้รู้เสียบ้างว่า ตูไม่พอใจนะโว้ย!!!! ลองคิดดูสิครับว่าบ้านข้างๆ กันแท้ๆ แต่เห็นนักโทษหนีคดีของบ้านเราหนีไป แทนที่จะช่วยกันจับหรือบอกหนทางหนี ดันให้ที่อยู่โจร อย่างนี้เขาเรียกว่า "ให้ที่หลบซ่อน" ใช่ไหมครับคุณเขมร ลองตรองดูดีๆ นะครับ

การตอบโต้ทางการฑูต ผมว่าก็โอนะครับ รวมทั้งการที่จะพิจารณายกเลิก MOU ผมว่ามันก็โออีกน่ะแหละ เพราะว่าก็เป็นไปตามเหตุผลที่ทางไทยกล่าวอ้างว่า อยู่ๆ จะให้คนที่ทำข้อตกลงกับอีกฝ่าย ซึ่งรู้ตื้นลึกหนาบางของฝั่งเรา แล้วมาวันนี้กลับไปเป็นที่ปรึกษาให้อีกฝ่าย ลองเอาหัวสมองที่พอจะมีรอยหยักคิดดูนะครับว่ามีที่ใหนบ้างเขาทำกัน....แล้วถ้าทำแบบนี้จริง ใครฝ่ายใหนจะได้ประโยชน์.....ลองคิดดูนะครับ

แล้วไอ้ที่ออกมาบอกว่าที่ทำไปก็เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย ให้คำปรึกษาเพื่อที่จะช่วยเหลือประเทศไทย... ถ้ายังงั้นก็ไปให้คำปรึกษาประเทศดูไบก็ได้นะครับแล้วให้เขาช่วยสนับสนุนประเทศไทย ช่วยซื้อข้าวสารของไทย ช่วยมาเที่ยวประเทศไทย ฯลฯ สารพัดที่จะทำ แล้วทำไม ถึงมาอยู่ใกล้ๆ คิดอะไรอยู่ คิดดีแน่หรือ หรือว่าหวังผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือเปล่า (เพราะว่าเจ้านี้เขาชอบแบบว่ามีอะไรๆทับซ้อน ประมาณเนี๊ยะ...) หรือกะว่าจะเอาให้รัฐบาลล่มให้ได้ (ก่อนสิ้นปียิ่งดี ขืนปล่อยไว้นานเดี๋ยวมันทำงานเข้าตากรรมการ จะยิ่งยากขึ้น) พอยุบสภาแล้ว ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ แล้วก็กะว่าจะกลับมายิ่งใหญ่ได้ และคอยดูเถอะจะใหญ่ให้มากกว่าเดิม (จากเดิมก็หย่าญพออยู่แล้ว...หย่าญจนเป็นเจ้าพ่อแล้วมั๊ง!!!!)

ลองคิดในด้านที่กลับกันบ้างนะครับว่า ถ้าเอ็ง(ประเทศเขมร)มาเป็นเรา แล้วถูกเราทำแบบนี้กับเอ็งบ้าง เอ็งจะรู้สึกอย่างไร หรือจะบอกว่า "ไม่เป็นไร สีทนได้....."

27 ตุลาคม 2552

เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้

  • กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา

  • คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน


  • คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้
    1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
    2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
    3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

  • เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ
    1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
    2. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

  • แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี