19 มิถุนายน 2553

กลยุทธ์ที่ 9 อยู่อีกฟากฝั่งมองดูไฟ

เมื่อเกิดขัดแย้งภายในฝ่ายข้าศึกรุนแรงขึ้น เกิดวุ่นวาย ฝ่ายเราให้รอจนฝ่ายข้าศึกเกิดจลาจล เกิดศึกภายใน ก็จะล่มสลายไปเอง นี้เป็นวิธีการคล้อยตามภาวการณ์ ทำให้ฝ่ายเราประสบชัยชนะโดยง่าย

กรณีศึกษาในอดีต
ตอนปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก หยวนเส้าถูกโจโฉตีพ่าย บุตรของหยวนเส้า คือหยวนซั่งและหยวนซี หนีไปขอพึ่งพาเจ้าเมืองเหลียวตง กงซุนคัง ขุนพลของโจโฉ รบเร้าให้โจโฉโจมตีเหลียวตง เพื่อตามจับสองพี่น้องสกุลหยวน แต่โจโฉกลับสั่งให้ถอนทัพกลับสวี่ชัง
กงซุนคังเมื่อรู้ว่าหยวนซั่งและหยวนซีจะมาพึ่งพาก็เกิดระแวงแคลงใจ เชื่อว่าจะเป็นเหตุเภทภัยไม่รู้จบในภายหน้า เพราะพ่อลูกสกุลหยวนต้องการยึดครองเมืองเหลียวตงมานานแล้ว นอกจากนี้เขาก็ไม่อยากแข็งข้อกับโจโฉ เขาจึงตัดสินใจว่าถ้าโจโฉเข้าตีเหลียวตงก็จะรับที่น้องสกุลหยวนไว้ เพื่อร่วมกำลังกันต้านศึก แต่พอรู้ว่าโจโฉถอยทัพกลับสวี่ชัง กงซุนคังจึงซุ่มกองทหารและสังหารหยวนซั่งและหยวนซีเสีย

08 มกราคม 2553

กลยุทธ์ที่ 8 ลอบข้ามเฉินชัง

แสร้งเปิดเผยทิศทางการรุก ใช้ประโยชน์จากการตั้งรับของข้าศึกในที่มั่น แล้วลอบโจมตีจากทิศทางอื่น จะสามารถฉวยโอกาสที่ฝ่ายศัตรูเปิดโล่งเข้าโจมตี ได้ชัยชนะด้วยกลยุทธ์อันแยบยล

กรณีศึกษาในอดีต
ปลายราชวงศ์ฉิน เหล่าผู้กล้าแย่งกันชิงดินแดน เซี่ยงอวี่อาศัยเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลและกำลังมากกว่า บีบบังคับหลิวปังให้ล่าถอยออกจากเขตแดนกวนจง เพื่อสกัดทัพของเซี่ยงอวี่ หลิวปังจังสั่งให้เผาทางไม้ข้ามหน้าผาที่จะเข้าสู่กวนจงเมื่อก่อนคริสต์ศักราช 206 ปี หลิวปังมีกองทัพที่เข้มแข็งขึ้น จึงส่งทหารไปซ่อมทางไม้ที่ถูกเผาทำลาย ครานั้นเซี่ยงอวี่เมื่อได้รู้ข่าวซ่อมทางก็ให้เป็นกังวล ส่งกำลังทัพไปซุ่มประจำเส้นทางสำคัญ และเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของทัพหลิวปังอย่างใกล้ชิด หันซิ่นแม่ทัพของหลิวปังเห็นว่ากองทัพส่วนใหญ่ของเซี่ยงอวี่ออกไปป้องกันเส้นทาง จึงนำทัพใหญ่อ้อมเฉินชังเข้าโจมตี และได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่

26 ธันวาคม 2552

กลยุทธ์ที่ 7 ในไม่มี ทำให้มี

ใช้เท็จหลอกลวงข้าศึก แต่ไม่ใช่ความเท็จทั้งหมด รู้จักทำเท็จให้เป็นจริงอย่างแยบยล ใช้ภาพลวงหลายอย่างอำพรางเรื่องจริง ทำให้ข้าศึกมองผิดพลาด แล้วจึงโจมตีเมื่อข้าศึกย่อหย่อนในการป้องกัน

กรณีศึกษาในอดีต
ในสมัยราชวงศ์ถัง กองทัพกบฏอันลู่ซันล้อมตีเมืองยงซิว แม่ทัพจางซวิ๋นที่กำลังตั้งรับป้องกันวิตกร้อนรนเนื่องด้วยลูกธนูใกล้จะหมด จางซวิ๋นจึงสั่งทหารสร้างหุ่นหญ้าฟางนับพันตัว
เมื่อถึงยามกลางคือ จางซวิ๋นสั่งให้แขวนหุ่นฟางไว้นอกกำแพง ลวงให้ข้าศึกยิงธนูใส่ราวห่าฝน ด้วยนึกว่าเป็นทหารจริง ทำเช่นนี้ติดต่อกันสองคืน จางซวิ๋นก็ได้ลูกธนูมาเพิ่มหลายหมื่นดอก และเมื่อจางซวิ๋นส่งทหารกล้า 500 นายออกมานอกกำแพง ทัพกบฏกลับคิดว่าทหารจริงนั้นเป็นหุ่นฟาง เมื่อกองทัพกบฏผ่อนคลายการป้องกัน ทหารกล้าทั้ง 500 นายจึงบุกตีค่ายข้าศึก

10 ธันวาคม 2552

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)


เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นระบบเศรษฐกิจที่สะท้อนถึงกระบวนการซึ่งรวมเอาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน โดยมุ่งมั่นให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่ผสมผสานสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา เข้ากับองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลิตสินค้าและการบริการที่มีคุณลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอันที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเกิดขึ้นได้ ย่อมต้องมี ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และ นวัตกรรม (Inovation) เข้ามาเป็นองค์ประกอบร่วมเพื่อให้เกิดการผลิตตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์
สำหรับสาขาการผลิตที่พัฒนาไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเรียกว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) ซึ่งหมายถึง กลุ่มกิจกรรมการผลิตที่ต้องพึ่งพาความคิดสร้างสรรค์เป็นสำคัญ

ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดคำนิยามของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เป็นหนึ่งเดียวขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้ให้เข้ากับระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยความหมายอย่างง่ายของ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ซึ่งนิยามโดย John Howkins คือ “เป็นแนวความคิดในการพัฒนาและสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยใช้สินทรัพย์ที่เกิดจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์”



09 ธันวาคม 2552

กลยุทธ์ที่ 6 ส่งเสียงบูรพา โจมตีประจิม

สร้างภาพลวงตา หลอกล่อให้ข้าศึกสับสน สูญเสียการควบคุมและตัดสินใจไขว้เขว ใช้กลยุทธ์ทวนกระแสน้ำเพื่อพิชิตชัยโดยข้าศึกคาดไม่ถึง

กรณีศึกษาในอดีต
ในสมัยราชวงศ์ฮั่น อาณาจักรซาเซอร่วมกับเมืองชิวฉือ ต่อสู้กับฑูตพิเศษแห่งราชวงศ์ฮั่นชื่อ ปันเชา เมื่อกองทัพเมืองชิวฉือลิงโลดเหลือล้น และไล่ตีปันเชาไปทางตะวันออก แต่ปันเชาแกล้งถอยทัพเพียงครึ่งทางและหลบซ่อน รอจนทัพชิวฉือผ่านไป จึงย้อนรอยกลับมาตีอาณาจักรซาเซอ

ฮ่องเต้เมืองชิวฉือ หลงคิดว่าปันเชาเกรงกลัวตน ในใจจึงคิดแต่จะเอาชนะ คาดไม่ถึงว่าปันเชาจะย้อนทัพกลับไปโจมตีซาเซอ ชาวเมืองซาเซอไม่ทันตั้งตัว เมื่อทัพปันเชายกมากระทันหัน จึงต้องยอมแพ้ในที่สุด